วันศุกร์ที่ 28 สิงหาคม พ.ศ. 2563

 โรคระบาด Covid-19

    


1.ข้อมูลการระบาดของโรค ที่มา ให้ความรู้จักความเป็นมาของโรค Covid-19
      จากการศึกษาทางพันธุกรรมของไวรัส และการเรียงลำดับของรหัสแต่ละตัวทำให้พบต้นตอของเชื้อ SARS-CoV-2 ว่า ไวรัสสายพันธุ์ใหม่ชนิดนี้มีจำนวนนิวคลีโอไทด์ที่เหมือนกันถึงร้อยละ 89.1 ของเชื้อ SARS-like coronaviruses ในค้างคาวที่เคยพบในประเทศจีน และในภายหลังก็มีข้อมูลที่ยืนยันว่า ต้นตอของโคโรนาไวรัสสายพันธุ์ใหม่ 2019 เกิดจากการผสมสารพันธุกรรมระหว่างโคโรนาไวรัสของค้างคาวกับโคโรนาไวรัสในงูเห่า กลายพันธุ์เป็นโคโรนาไวรัส สายพันธุ์ SARS-CoV-2 ที่แพร่เชื้อจากงูเห่ามายังคนได้
การที่เชื้อไวรัสจะก่อโรคในร่างกายเราได้ เราต้องได้รับเชื้อไวรัสดังกล่าวผ่านเยื่อบุต่าง ๆ จนนำไปสู่การติดเชื้อที่ระบบทางเดินหายใจส่วนบน เช่น เซลล์เยื่อบุหลอดลม ซึ่งไวรัสจะใช้ผิวเซลล์ของไวรัสจับกับเอนไซม์ที่ผิวเซลล์มนุษย์ จากนั้นไวรัสจะค่อย ๆ เพิ่มจำนวนเชื้อในตัวเรา ซึ่งหากภูมิต้านทานของเราไม่สามารถจัดการกับเชื้อไวรัสนี้ได้  จำนวนเชื้อไวรัสก็จะเพิ่มมากขึ้น และกระจายไปยังเซลล์ข้างเคียง ทำลายเซลล์ในหลอดลมและปอด ทำให้ปอดอักเสบและเกิดภาวะทางเดินหายใจล้มเหลวได้

    ข้อมูลสําคัญ 
• ในวันที่19 มีนาคม 2563 กระทรวงสาธารณสุขแถลงผลตรวจโรคจากห้องปฏิบัติการ และ ยืนยันการพบผู้ป่ วยใหม่ 60 รายจากโรคโควิด 19 ทําให้จํานวนรวมของผู้ที่ป่ วยด้วยโรคนี ้ ในประเทศไทย อยู่ที่272ราย
 • ผู้ป่วยใหม่ 12 รายมีความเกี่ยวโยงกับกลุ่มผู้ติดเชื้อจากสถานบันเทิง( 57 ราย) และ 14 รายมีความเกี่ยวโยงกับกลุ่มผู้ติดเชื ้อจากสนามมวย
 • ผู้ป่วย 12 รายเป็นผู้สัมผัสใกล้ชิดกับผู้ป่วยรายอื่นที่ได้มีการรายงานไปก่อนหน้านี ้ ผู้ป่วย 5 รายมีความเกี่ยวโยงกับการเข้าร่วมศาสนพิธีที่ประเทศมาเลเซีย ผู้ป่วย 13รายมีปฏิสัมพันธ์กับนักท่องเที่ยวต่างชาติเนื่องจากการทํางาน และอีก 4ราย กําลังอยู่ในระหว่าง สอบสวนโรค 
• จากจํานวนผู้ป่ วยด้วยโรคโควิด 19 ที่ได้รับการยืนยันทั ้งหมด 272รายในประเทศไทย มี 42 รายที่หายเป็นปกติแล้ว 229 รายกําลัง รักษาตัวอยู่ในสถานพยาบาล และมีผู้เสียชีวิต 1ราย 
• จํานวนสะสมของผู้ป่ วยเฝ้าระวังที่เข้าเกณฑ์สอบสวนโรคอยู่ที่ 8,157ราย นับตั้งแต่ที่เริ่มมีการระบาดของโรคโควิด 19 ในประเทศไทย ผู้ป่ วย 3,572รายในจํานวนนี้กําลังได้รับการวินิจฉัยหรือการรักษา
 • ประเทศไทยแถลงว่าจะเข้าร่วมวิจัยในโครงการ Solidarity Trial ขององค์การอนามัยโลก ซึ่งเป็นการศึกษาวิจัยทางการแพทย์ระดับ นานาชาติเพื่อคิดค้นยารักษาสําหรับโรคโควิด 19 โดยถือเป็นส่วนหนึ่งของภารกิจเร่งด่วนระดับโลกในการหายารักษาโรคโควิด 19


2.วิธีป้องกันโคโรนาไวรัส และการดำเนินการของประเทศไทย
วิธีการป้องกัน
1. หลีกเลี่ยงการอยู่ในพื้นที่ที่มีการระบาดของโรค

     2. สวมหน้ากากอนามัย ซึ่งจะช่วยลดความเสี่ยงในการสูดดมละอองฝอยขนาดใหญ่ได้ถึง 80%

     3. อยู่ห่างจากผู้ป่วย หรือผู้ที่มีอาการไอ จาม อย่างน้อย 2 เมตร

     4. ล้างมือบ่อยๆโดยเฉพาะหลังจับหรือใช้ของสาธารณะหลังเข้าห้องน้ำและก่อนรับประทานอาหาร
    

     5. หลีกเลี่ยงการเอามือสัมผัสใบหน้า และดวงตา

     6. กินอาหารปรุงร้อน สดใหม่ และใช้ช้อนกลางทุกครั้ง


    การดำเนินการในไทย








วันที่ 28 สิงหาคม 2563
เวลา 21.00 น.

ผู้ป่วยยืนยัน (คน)
สะสม

3,410

รายใหม่

6

รุนแรง

0

เสียชีวิต

58

ผู้ป่วยยืนยันกลุ่มเดินทาง
มาจากต่างประเทศและ
กักกันในพื้นที่ที่รัฐกำหนด (คน)
สะสม

473

รายใหม่

6

เสียชีวิต

0

ผู้ป่วยเข้าเกณฑ์เฝ้าระวัง (คน)
สะสม
414,897
รายใหม่
1,891
ผู้เดินทางที่
คัดกรองสะสม (คน)
สนามบิน
4,574,187
ท่าเรือ
168,147
ด่านพรมแดน
2,261,872
สตม.แจ้งวัฒนะ
264,299



กราฟการระบาดของโรค  Covid-19






แหล่งที่มา 
https://ddc.moph.go.th/viralpneumonia/
 

วันอังคารที่ 25 สิงหาคม พ.ศ. 2563

Data science

 วิทยาการข้อมูล ( data science)

 

Data science คือกระบวนการหาองค์ความรู้ใหม่จากข้อมูลมหาศาล เพื่อใช้ข้อมูลให้เกิดประโยชน์และสร้างมูลค่าต่อธุรกิจหรือองค์กร โดยต้องมีผู้เชี่ยวชาญที่สามารถจัดการนำข้อมูลที่มีมาวิเคราะห์อย่างมีประสิทธิภาพ 
นักวิทยาศาสตร์ข้อมูล(Data Scientist)คือคนที่นำข้อมูลมาวิเคราะห์เพื่อหาความรู้ใหม่จากข้อมูลที่นำมาวิเคราะห์ตามกระบวนการวิทยาศาสตร์เพื่อหาข้อสรุปจากข้อมูลที่มี ต่อจากนั้นจึงส่งต่อข้อสรุปให้ฝ่ายอื่นนำไปประยุกต์ใช้งานต่อไป และนอกจากตำแหน่งนี้ยังจำเป็นต้องมีคนในตำแหน่งอื่นร่วมด้วย จึงจะสามารถนำข้อมูลมาใช้งานได้อย่างมีประสิทธิภาพและเกิดประโยชน์สูงที่สุด


หน้าที่หลักของ Data Scientist
  • ทำความเข้าใจในปัญหาที่ต้องการแก้ไข (Define question)
  • ดึงข้อมูลจากแหล่งข้อมูล (Data collection)
  • ทำความเข้าใจในข้อมูลที่มี (Data understanding / Data analysis)
  • เตรียมข้อมูลให้เรียบร้อยก่อนนำข้อมูลไปประมวลผล (Data preparation)
  • ประมวลผลข้อมูล (Data processing / Data modeling)
  • วัดประสิทธิภาพการประมวลผลข้อมูล (Data acquisition)
  • สรุปผลและแสดงผลที่ได้จากการประมวลผลข้อมูล (Data visualization)
  • ปรับปรุงประสิทธิภาพการประมวลผลข้อมูลให้ดีขึ้น (Optimization)
  • ทำงานร่วมกับ Data Engineer เพื่อออกแบบโครงสร้างข้อมูลที่ง่ายต่อการนำไปประมวลผล



วันจันทร์ที่ 24 สิงหาคม พ.ศ. 2563

ยุค 5G/6G, IOT ,AI

ยุค 5G/6G ,IOT,AI 



 5G 

     ล่าสุดเมื่อ 2 ปีที่ผ่านมา ถ้าใครติดตามแบไต๋อย่างต่อเนื่อง เราก็ได้เปิดเผยข้อมูลของอินเทอร์เน็ตในยุค 5G ซึ่งได้จากงาน HUAWEI MBB Forum 2017 ว่า มันคืออนาคตอันใกล้ของ 5G ที่เรากำลังก้าวไปถึง มีความสามารถต่าง ๆ มากมายไม่ว่าจะเป็นเรื่องการกระจายสัญญาณได้สูงถึง 300 เมตร หรือสูงประมาณตึกใบหยกเลยทีเดียว




   6G

     6g คือ เทคโนโลยีการเชื่อมต่ออินเทอร์เน็ตแห่งโลกอนาคตโดยแท้จริง เพราะเรียนรู้ที่จะเคลื่อนที่ได้เองวิเคราะห์และแก้ปัญหาได้เอง จากการสืบค้นข้อมูลอย่างรวดเร็ว โดยในยุค 6g นั้นจะเป็นยุคที่การสื่อสาร ได้รับการแก้ไขในเรื่องคลื่นรวมทั้งการนำเทคโนโลยี AI เข้ามาผสมผสาน สำหรับความน่าสนใจอีกประการหนึ่ง ก็คือ เมื่อระบบ AI นั้นทำงานผ่าน Application ไปได้สักพักหนึ่ง มันก็จะเริ่มเกิดการเรียนรู้ด้วยตัวเอง เช่น เรียนรู้เรื่องการขับยานพาหนะ, เรียนรู้เรื่องการทำการเกษตรและเมื่อมันสะสมความรู้ได้มากพอหลังจากนั้นก็จะเกิดการตัดสินใจได้ด้วยตัวเองตามมา


  เท่านั้นยังไม่พอระบบ AI ก็จะมีการสั่งการจากการเรียงลำดับของข้อมูลที่ผ่านเข้ามา พร้อมเลือกการตัดสินใจที่มันคิดว่าดีที่สุด ซึ่งสิ่งเหล่านี้จะต้องผ่านการเชื่อมต่อข้อมูลทางอินเทอร์เน็ตเป็นจำนวนมหาศาล และทางระบบก็จะมีการปรับตัวให้เข้ากับการส่งสัญญาณอินเตอร์เน็ตเพิ่มมากขึ้น ยกตัวอย่างเช่น การขับขี่รถยนต์แบบอัตโนมัติด้วย AI ซึ่งสั่งการให้มันขับในเส้นทางเดิมทุกวันก็ไม่ใช่เรื่องที่เป็นปัญหาอะไร แต่ถ้าในวันหนึ่งคุณต้องการที่จะต้องให้มันขับรถออกนอกเส้นทาง คราวนี้ระบบก็จะต้องมีการดึงข้อมูล เพื่อประมวลผลแผนที่พร้อมทั้งคำนวณเส้นทางในการเดินทาง ทำให้เกิดการตัดสินใจในระดับใหญ่ขึ้น เพราะฉะนั้นก็จำเป็นที่จะต้องใช้ความเร็วของอินเทอร์เน็ตที่เพิ่มมากขึ้นตามไปด้วย ซึ่งในปัจจุบันนี้ข้อมูลที่ส่งมานี้จัดเป็นแนวทางในการสร้าง 6g ที่จะเกิดขึ้นในอนาคต ซึ่งถ้าสิ่งนี้เกิดขึ้นจริงๆ ก็คงจะปรับเปลี่ยนวิถีชีวิตของมนุษย์และอำนวยความสบายให้ได้มากขึ้นเป็นอย่างมากเลยทีเดียว

   IOT


IoT ที่เราคุ้นหน้าคุ้นตากันบ่อยๆ มักจะมาในรูปแบบของอุปกรณ์อิเล็กทรอนิกส์รอบตัวของเรานั่นเอง หากสังเกตดีๆ เราจะเห็นความหมายในตัวของมันว่า IoT คือ การที่อุปกรณ์ต่างๆ สามารถทำงานเชื่อมต่อกันอย่างอัจฉริยะผ่านเครือข่ายอินเตอร์เน็ต สามารถทำงานร่วมกับสมาร์ทโฟนและเซ็นเซอร์ที่คอยตรวจจับสิ่งต่างๆ

   AI



    ปัญญาประดิษฐ์ เป็นเทคโนโลยีที่สามารถเรียนรู้และวิเคราะห์ข้อมูลต่างๆ ได้ด้วยตนเอง ถ้าใครเคยชมภาพยนต์เรื่อง Iron Man ก็คงจะเห็น Javis ที่เป็นคอมพิวเตอร์ผู้ช่วยของ Tony Strak เจ้าสิ่งนั้นก็เรียกว่า AI เช่นกัน ซึ่ง AI จะนำข้อมูลมาวิเคราะห์เพื่อพัฒนาตนเองให้ฉลาดขึ้น จำลองให้ฉลาดเทียบเท่ากับสมองมนุษย์มากที่สุด ซึ่งบางครั้งอาจจะฉลาดกว่ามนุษย์เสียด้วยซ้ำ

 

big data

 Big Data 



            คือ ข้อมูลขนาดใหญ่มากจนซอฟต์แวร์หรือฮาร์ดแวร์ธรรมดานั้นไม่สามารถที่จะจัดการหรือวิเคราะห์ได้อย่างมีประสิทธิภาพ Big Data คือ การรวบรวมข้อมูลทั้ง Structured (พวกที่เก็บในโครงสร้างตารางข้อมูล) และ Unstructured (พวกที่เป็น text ยาวๆ รูปภาพ และ วิดีโอต่างๆ) มาทำการประมวลวิเคราะห์ข้อมูลและนำไปใช้ประโยชน์


Big Data คือ ?? | ในยุคปัจจุบันที่โลกและธุรกิจกำลังถูกขับเคลื่อนด้วยข้อมูลจำนวนมหาศาล จนทำให้คำว่า Big Data มีผู้คนสนใจและเป็น Trend ที่กำลังมามาแรงอย่างมาก และเชื่อว่าหลายๆ คนที่ทำงานอยู่ในวงการไอที หรือสายงานอื่นๆก็ตาม ก็คงได้ยินคำว่า Big Data ผ่านหูกันมาบ้างแล้ว เคยเกิดความสงสัยกันบ้างไหมว่า Big data มันคืออะไร วันนี้เราจะมาหาคำตอบกันในรูปแบบที่เข้าใจได้ง่ายๆ 

Big Data คือ 

บิ๊กดาต้า (Big Data) คือคำนิยามของข้อมูลที่มีขนาดใหญ่ทุกชนิดที่อยู่ในองค์กรของเราไม่ว่าจะเป็น ข้อมูลบริษัท ข้อมูลลูกค้า Suppliers พฤติกรรมผู้บริโภค Transaction ไฟล์เอกสารต่างๆที่เกี่ยวข้องทั้งหมด รวมไปจนถึง รูปภาพ URLs ลิงค์ต่างๆที่คุณเก็บไว้ ฯลฯ ที่มีปริมาณมากจนกระทั่งซอฟต์แวร์ปกติทั่วไปไม่สามารถรองรับการเก็บข้อมูลหรือประมวลผลได้อย่างเต็มประสิทธิภาพ 




แล้วทำไม Big Data ถึงมีความสำคัญ ?

Big Data ช่วยให้คุณสามารถใช้ข้อมูลจากทุกแหล่งที่เป็นไปได้ และวิเคราะห์เพื่อให้ได้ผลลัพธ์ที่คุณต้องการ ซึ่งช่วยให้คุณสามารถเข้าใจผู้บริโภคได้มากขึ้น (Customer Insight) ลดต้นทุนได้ ลดเวลาระยะเวลาดำเนินการ และสามารถตัดสินใจได้อย่างแม่นยำมากขึ้น 

ประโยชน์ของBig Data

  1. ทำให้เข้าใจพฤติกรรมของลูกค้า ถ้ารู้จักว่าลูกค้าคิด ตัดสินใจ หรือใช้ชีวิตอย่างไร มีพฤติกรรมในการบริโภคเช่นไร  รวมถึงการโฆษณาเพื่อกระตุ้นการตัดสินใจซื้อได้ง่ายขึ้น  ทำให้เราทราบความต้องการของลูกค้าเป็นอย่างดี
  2. ช่วยให้วิเคราะห์แนวโน้มของธุรกิจได้แม่นยำ คือ มองเห็นอนาคตว่า ธุรกิจจะเดินไปทางไหนได้ชัดเจนขึ้น ยิ่งข้อมูลแม่นยำเท่าไหร่ การวิเคราะห์ย่อมถูกต้องมากเท่านั้น รวมถึงทำให้สามารถคิดล้ำหน้าคู่แข่งได้
  3. ช่วยให้มีโอกาสป้องกันปัญหาที่จะเกิดขึ้นในอนาคตไม่ให้ลุกลามใหญ่โต เพราะรู้ล่วงหน้าจากการคาดการณ์ที่แม่นยำ ปัญหาบางอย่างสามารถป้องกันได้ 100% แต่บางอย่างอาจแค่ผ่อนหนักให้เป็นเบา แต่ก็ยังดีกว่าไม่ป้องกันอะไรเลย นั่นคือ แม้มีปัญหา ธุรกิจก็ไปต่อได้ ด้วยกลยุทธ์ดีๆ ที่คิดไว้ล่วงหน้าจากข้อมูลในปัจจุบัน
  4. ช่วยให้ธุรกิจมีโอกาสเติบโตอย่างมีเสถียรภาพ งานใหญ่ไม่ควรตั้งอยู่บนความไม่แน่นอน ดังนั้น ข้อมูลทุกด้านที่เป็น Big Data จึงมีส่วนช่วยการดำเนินธุรกิจอย่างยิ่ง การตัดสินใจถูกต้อง ในเวลาอันรวดเร็ว ไม่ประมาท สามารถทำให้ธุรกิจอยู่ได้ในแถวหน้าของธุรกิจประเภทเดียวกัน

แหล่งที่มา  https://www.sas.com/th_th/insights/big-data/what-is-big-data.html
                   https://www.mdsiglobal.com/big-data/    https://www.tereb.in.th/erp/big-data









วันจันทร์ที่ 17 สิงหาคม พ.ศ. 2563

ข้อมูลมีค่า

                                                                   ข้อมูลมีค่า

        “ข้อมูล” กำลังเป็นสิ่งมีค่ามากกว่า “น้ำมัน” 

    หากเป็นเมื่อ 10 ปีที่แล้ว คงไม่มีใครคาดคิดว่า ราคาน้ำมันจะดิ่งลงมากขนาดนี้เพราะเรารู้กันดีว่า      น้ำมันเป็นทรัพยากรที่มีอยู่อย่างจำกัดดังนั้นน้ำมันน่าจะมีราคาแพงขึ้นเรื่อยๆด้วยซ้ำแต่โควิด-19ก็ได้พิสูจน์ให้เราเห็นแล้วว่าความเชื่อนั้นไม่เป็นจริงเสมอไปเพราะในวันที่คนออกจากบ้านน้อยลงเดินทางน้อยลงน้ำมันที่เคยมีค่าในวันนั้นกลับกลายเป็นของที่ผลิตได้มากล้นจนเกินกักเก็บได้                                              บริษัทอันดับต้นๆของโลกก็มีสิ่งที่เหมือนกันคือ เป็นบริษัทเทคโนโลยี      สิ่งที่เป็นแรงขับเคลื่อนให้กับธุรกิจเทคโนโลยีนั้น คือ “ข้อมูล” ของผู้ใช้งาน  ปกติแล้วในกรณีของน้ำมัน เราต้องจ่ายเงินเพื่อซื้อมันมา     ส่วน Facebook หรือ Google ที่ดูเหมือนว่าเราจะได้ใช้บริการฟรีๆ จริงๆ แล้วเราก็จ่ายค่าบริการให้พวกเขา  เสมอมา และอาจจะตลอดไปอีกด้วยเพียงแต่เราไม่ได้จ่ายเป็นเงิน แต่ต้องจ่ายเป็น “ข้อมูล” ของเรา   คำถามก็คือ เราพร้อมที่จะหยุดจ่ายให้พวกเขาหรือยัง?                                                                            "สิ่งที่ต้องทำก็เพียงแค่ หยุดค้นหาข้อมูลใน Google และเลิกเล่น Facebook ก็เท่านั้นเอง "                  หากว่าใครพร้อมแล้ว ก็ขอยินดีด้วยที่กำลังจะได้ความเป็นส่วนตัวกลับคืนมา                                                แต่ถ้าใครยังไม่พร้อม ก็คงต้องก้มหน้าก้มตาจ่ายค่าบริการ เป็นข้อมูลส่วนตัวให้กับบริษัทเหล่านี้ต่อไป.  

ข้อมูลมีค่า

 ข้อมูลมีค่า

ข้อมูลมีค่า เกินกว่าที่เราคิด โดยจำลักษณ์ ขุนพลแก้ว                                                                                                       

มีคำกล่าวว่า "ใครครองเทคโนโลยี คนนั้นครองโลก"

         มีหลายคนตั้งข้อสังเกตว่า ลักษณะพฤติกรรมและนิสัยของคน จะคล้ายกันคือใช้ “การจำ” ผ่านเรื่องเล่าต่อๆกันมา ดังนั้นการพูดคุย พบปะ แลกเปลี่ยนกัน เป็นวิธีการถ่ายทอดที่ใช้กันบ่อย   “การจด”  ไปเจออะไรมาก็จะบันทึก การบันทึกเกิดขึ้นตลอดเวลาเหมือนส่วนหนึ่งของชีวิต ยิ่งนานวันพบยิ่งค้นพบว่า “ข้อมูล” มีค่าและมีความจำเป็น ก็ต่อเมื่อเริ่มรู้สึกลืมเลือนสิ่งที่น่าสนใจในอดีต ยิ่งผ่านมานานวัน ยิ่งจำอะไรได้เลือนลาง นั่นเพราะไม่ได้รับการปลูกฝังให้จด ด้วยความก้าวหน้าทางเทคโนโลยี จึงมีโปรแกรมต่างๆมากมายที่ใช้งานได้สะดวกสบาย และใช้งานได้อย่างง่าย ในการพัฒนาโลก ดังนั้นข้อมูลความรู้พื้นฐานจึงเป็นจุดเริ่มต้นที่สำคัญ ซึ่งมีคุณค่าเกินกว่าที่เราคิดมากมาย  การจัดวางระบบข้อมูล และการทำงนที่ได้ประโยชน์อย่างครบถ้วน








ข้อมูลและประโยชน์ของข้อมูล

          ข้อมูล  หมายถึง  ข้อเท็จจริงที่เป็นตัวเลข  ข้อความ  รูปภาพ  และเสียงที่เกี่ยวกับคน  สัตว์  สิ่งของ หรือเหตุการณ์ต่างๆ หรือสิ่งที่ยอมรับว่าเป็นจริงสำหรับใช้เป็นหลักอนุมานหาความจริงหรือการคำนวณ  เช่น คะแนนสอบวิชาภาษาไทย  ราคาสินค้า  จำนวนนักเรียนในห้อง

 ประโยชน์ของข้อมูล

1. ช่วยให้เราทราบข้อมูลที่แท้จริง

2.  ช่วยให้เราสามารถตัดสินใจบนพื้นฐานข้อมูลที่ถูกต้อง

3.  ช่วยให้เราสามารถวางแผนได้อย่างถูกต้อง


แหล่งที่มา https://www.bangkokbiznews.com/blog/detail/645935

                  http://oknation.nationtv.tv/blog/deepattaporn/2012/09/04/entry-1

สรุปข้อมูลมีคุณค่า

ข้อมูลมีคุณค่า 


                               

  ข้อมูล (DATA)
     ยุคปัจจุบัน เป็นยุคที่สารสนเทศได้เข้ามามีบทบาทในชีวิตประจำวันของ ทุก ๆ คนอย่างเห็นได้ชัด ข้อมูลและสารสนเทศเป็นคำที่มักใช้ควบคู่กันและบางครั้งก็ใช้ ทดแทนกัน แม้จนกระทั่งบางคนเข้าใจผิดว่า เป็นคำที่มีความหมายเหมือนกัน ดังนั้นการอธิบายถึงความหมายของข้อมูลและสารสนเทศจึงเป็นสิ่งจำเป็น โดยมีผู้ให้ความหมายเกี่ยวกับข้อมูลดังนี้
      ข้อมูล (Data) คือ ข้อเท็จจริงต่าง ๆ ที่มีอยู่ในธรรมชาติ เป็นกลุ่มสัญลักษณ์ แทนปริมาณหรือการกระทำต่าง ๆ ที่ยังไม่ผ่านการประมวลผล ข้อมูลอาจอยู่ในรูปของตัวเลข ตัวหนังสือ และท้ายสุดของข้อมูลก็คือ วัตถุดิบของสารสนเทศ 
      ข้อมูล หมายถึง ข้อเท็จจริงต่าง ๆ ที่มีอยู่ในธรรมชาติ เป็นกลุ่มสัญลักษณ์แทนปริมาณ หรือการกระทำต่างๆ ที่ยังไม่ผ่านการวิเคราะห์ หรือการประมวลผล ข้อมูล อยู่ในรูป ตัวเลข ตัวหนังสือ รูปภาพ แผนภูมิ เป็นต้น 

 คุณสมบัติของข้อมูล
       การจัดเก็บข้อมูลจำเป็นต้องมีความพยายามและตั้งใจดำเนินการอย่างมีประสิทธิภาพ การจัดการระบบ ข้อมูลจึงต้องคำนึงถึงปัญหาต่าง ๆ สามารถดำเนินการได้ ให้มีประสิทธิภาพผลที่คุ้มค่ากับการลงทุน   ดังนั้นการดำเนินงานเพื่อให้ได้มาซึ่งสารสนเทศที่ดี     ข้อมูลจะต้องมีคุณสมบัติขั้นพื้นฐาน ดังนี้ 
         1.ความถูกต้อง หากการเก็บรวบรวมข้อมูลแล้วข้อมูลเหล่านั้นเชื่อถือไม่ได้จะทำให้เกิดผลเสีย อย่างมาก ดังนั้น โดยโครงสร้างข้อมูลที่ออกแบบต้องคำนึงถึงกรรมวิธีดำเนินการเพื่อให้เกิดความถูกต้องแม่นยำมากที่สุด
    2.ความรวดเร็วและเป็นปัจจุบัน ต้องให้ทันต่อความต้องการของผู้ใช้ มีคำตอบสนองต่อผู้ใช้ได้เร็ว ตีความหมายสารสนเทศได้ทันต่อเหตุการณ์หรือความต้องการได้ การออกแบบระบบ การเรียกค้น และรายงานตามความต้องการของผู้ใช้
       3.ความสมบูรณ์ ความสมบูรณ์ของสารสนเทศขึ้นอยู่กับการรวบรวมข้อมูลและวิธีการปฏิบัติด้วย  ในการดำเนินการจัดการสารสนเทศต้องสำรวจ และสอบถามความต้องการใช้ข้อมูลเพื่อให้ได้ข้อมูลที่มีความสมบูรณ์ในระดับหนึ่งที่เหมาะสม
    4.ความชัดเจนและกะทัดรัด การเก็บรวบรวมข้อมูลจำนวนมากจะต้องใช้พื้นที่ในการ จัดเก็บมากจึงจำเป็นต้องออกแบบระบบโครงสร้าง ข้อมูลให้กะทัดรัดสื่อความหมายได้ มีการใช้รหัสหรือย่นย่อข้อมูลให้เหมาะสมเพื่อจะจัดการเก็บเข้าไว้ได้ในระบบคอมพิวเตอร์
        5.ความสอดคล้อง ความต้องการเป็นเรื่องที่สำคัญ ดังนั้นจึงต้องมีการสำรวจเพื่อหาความต้องการของหน่วยงานและองค์การ ดูสภาพการใช้ข้อมูล ความลึกหรือความกว้างของขอบเขตของข้อมูลที่สอดคล้องกับความต้องการ